ขั้นตอนการทำประกันภัยของรถมือสอง

ขั้นตอนการทำประกันภัยของรถมือสอง

ในปัจจุบันเมื่อการเดินทางเป็นเรื่องจำเป็นในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ แต่เมื่อภาระทางการเงินมีจำกัด ทำให้การซื้อหารถใหม่มาใช้งานกลายเป็นเรื่องยากและก่อภาระทางการเงินที่มากเกินไป รถมือสอง จึงกลายเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง ซึ่งการเป็นเจ้าของรถยนต์มือสองก็ยังคงเป็นภาระผูกพันให้เจ้าของรถต้องดำเนินเอกสารต่าง ๆ เช่นเดียวกับรถยนต์ใหม่ ไม่ว่าจะเป็น พรบ.รถยนต์ ประกันภัยรถยนต์ ภาษีรถยนต์ หรือการตรวจสอบสภาพรถยนต์เมื่อครบกำหนดตามที่กรมขนส่งฯ ระบุเอาไว้ ซึ่งประกันภัยรถยนต์ถือเป็นสิ่งที่จำเป็นและสำคัญมาก แต่หลาย ๆ คนอาจยังสงสัยกันอยู่ว่าการทำประกันภัยให้กับรถยนต์มือสองนั้นมีขั้นตอนใดบ้าง จึงขอชี้แจงตามรายละเอียดต่อไปนี้

  1. ตรวจสอบเอกสารต่าง ๆ ที่มากับรถยนต์มือสอง เมื่อซื้อรถยนต์มือสองมาใช้งาน ผู้ซื้อหรือเจ้าของใหม่ควรตรวจสอบเอกสารต่าง ๆ ที่มากับรถว่ายังคงมีอายุการใช้งานอยู่หรือไม่ ไม่ว่าจะเป็น พรบ.รถยนต์ เอกสารภาษี และเอกสารประกันภัยรถยนต์ ซึ่งเอกสารประกันภัยรถยนต์นั้นเป็นเอกสารที่มีชื่อผู้ทำสัญญาระบุเอาไว้อย่างชัดเจน ดังนั้นหากสัญญาประกันภัยรถยนต์ยังไม่หมด เจ้าของรถใหม่สามารถยื่นเรื่องเพื่อขอถ่ายโอนชื่อสัญญาใหม่ได้ โดยเจ้าของรถใหม่เพียงแจ้งเรื่องไปยังบริษัทที่ทำประกันภัยเพื่อทำการแก้ไขชื่อในประกันรถยนต์ใหม่ แต่หากเจ้าของใหม่ต้องการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดความคุ้มครอง เช่นในกรณีที่เอกสารประกันภัยรถยนต์แบบระบุผู้ขับขี่เป็นความคุ้มครองโดยไม่ระบุชื่อผู้ขับรถก็อาจมีส่วนต่างของค่าใช้จ่ายให้รับผิดชอบเพิ่มเติมได้
  2. การทำประกัน รถมือสอง ใหม่ กรณีเอกสารสัญญาประกันภัยรถยนต์หมดอายุ เจ้าของรถต้องดำเนินการทำสัญญาประกันใหม่ ซึ่งหากเป็นไปได้ควรทำใหม่ก่อนหมดอายุสัญญาอย่างน้อย 15 – 30 วัน เพื่อมีเวลาในการเลือกบริษัทที่ให้ประกันภัยรถยนต์ที่มีข้อเสนอที่ดีที่สุด และเพื่อให้ความคุ้มครองรถยนต์มือสองที่ซื้อมามีความต่อเนื่องไม่ขาดตอน ทำให้สามารถใช้รถใช้ถนนได้อย่างปลอดภัยในทุก ๆ การเดินทาง ยิ่งในกรณีที่เอกสารสัญญาประกันภัยรถยนต์มือสองหมดอายุไปก่อนที่จะซื้อรถยนต์มือสองมาใช้งาน เจ้าของใหม่ก็ยิ่งต้องเร่งดำเนินการทำสัญญาประกันภัยรถยนต์มือสองให้แล้วเสร็จก่อนนำรถไปใช้งาน เพื่อความปลอดภัยในการใช้งานรถยนต์มือสองนั่นเอง

เพราะประกันภัยรถยนต์คือสิ่งที่จำเป็นต่อเจ้าของรถยนต์ทุก ๆ คน โดยเฉพาะประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับที่หากไม่ทำอย่างต่อเนื่องก็จะมีค่าปรับที่ต้องชำระตามกฎหมาย ดังนั้นผู้สนใจซื้อรถมือสอง มาใช้งานจึงควรตรวจสอบเอกสารให้ดี หากต้องทำสัญญาประกันภัยรถยนต์ใหม่ก็ควรพิจารณาเลือกประเภทของประกันภัยที่เหมาะกับงบประมาณและลักษณะการใช้งานรถยนต์มือสองที่ซื้อมาให้ดีด้วย

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *